กลับไปบล็อก

สมัครร้าน Etsy อย่างไร? ขั้นตอนเปิดร้านสำหรับมือใหม่และข้อควรระวัง

Etsy ขึ้นชื่อเรื่องสินค้าทำมือและงานออกแบบต้นฉบับ แต่ผู้ขายจำนวนมากติดขัดตั้งแต่ขั้นตอนสมัคร บทความนี้อธิบายสิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเปิดร้าน ขั้นตอนการสมัครทั้งหมด และข้อผิดพลาดที่มือใหม่ควรหลีกเลี่ยง

Etsy เป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนที่มีชื่อเสียงด้านสินค้าทำมือ งานออกแบบต้นฉบับ และสินค้าวินเทจ ผู้ซื้อจำนวนมากยินดีจ่ายเพิ่มเพื่อความโดดเด่นและการปรับแต่งเฉพาะบุคคล จึงดึงดูดผู้ขายงานฝีมือ งานออกแบบ และสินค้าสั่งทำจำนวนมาก ขั้นตอนเปิดร้านโดยรวมไม่ซับซ้อน แต่รายละเอียดบางอย่างในการสมัคร เช่น การเลือกภาษาและประเทศ การตั้งค่ารับเงิน และการยืนยันความปลอดภัย อาจทำให้มือใหม่ติดขัดได้

บทความนี้อธิบายขั้นตอนการสมัครร้าน Etsy แบบครบถ้วนและจุดสำคัญที่ควรระวังทีละขั้น ค่าลงทะเบียน นโยบายการรับเงิน และกฎของแพลตฟอร์มอาจมีการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นก่อนดำเนินการควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน้าอย่างเป็นทางการของ Etsy เสมอ

การเตรียมตัวก่อนสมัคร

ก่อนเริ่ม ให้ตรวจสอบเรื่องต่อไปนี้:

การตั้งค่าบัญชีให้ตรงกับตลาดเป้าหมาย. Etsy เปิดให้ผู้ขายสมัครได้ในหลายประเทศ ภาษา ประเทศ และข้อมูลร้านค้าที่ตั้งค่าระหว่างการสมัครควรสอดคล้องกัน และตรงกับการดำเนินธุรกิจและวิธีรับเงินจริงของคุณ ตรวจสอบว่าพื้นที่ของคุณอยู่ในขอบเขตที่ Etsy รองรับผู้ขายหรือไม่ และเป็นไปตามข้อกำหนดในพื้นที่หรือไม่

ยอดเงินในบัตรชำระเงิน. Etsy เรียกเก็บค่าธรรมเนียมเปิดร้านแบบครั้งเดียว โดยจำนวนเงินแตกต่างกันตามตลาด ระหว่างสมัครต้องมีบัตรธนาคารที่สามารถใช้ชำระค่าธรรมเนียมดังกล่าวได้และมียอดเงินเพียงพอ

บัญชีรับเงิน. สำหรับการรับเงินจากแพลตฟอร์มและการชำระค่าธรรมเนียมในภายหลัง ต้องเชื่อมต่อบัญชีธนาคารหรือวิธีรับเงินที่รองรับ แนะนำให้ตรวจสอบล่วงหน้าว่าพื้นที่ของคุณรองรับช่องทางใดบ้าง

ขั้นตอนการสมัครร้าน Etsy

ขั้นตอนที่ 1: เข้า Etsy และเข้าสู่ระบบ. เปิดเว็บไซต์ Etsy แล้วคลิก “Sign in” ที่มุมขวาบน สามารถสมัครและเข้าสู่ระบบด้วยอีเมล หรือใช้ตัวเลือกเข้าสู่ระบบแบบรวดเร็วที่รองรับ เช่น Google หลังเข้าสู่ระบบแล้ว ให้คลิกรูปโปรไฟล์และเข้าเมนู “Sell on Etsy”

ขั้นตอนที่ 2: เริ่มเปิดร้าน. คลิก “Get started” แล้วเลือก “Start your shop” เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนตั้งค่าร้าน ก่อนอื่นให้กำหนดภาษา ประเทศ และสกุลเงินของร้าน ข้อมูลเหล่านี้ควรสอดคล้องกับบัญชีธนาคารและสถานการณ์ธุรกิจจริงของคุณ

ขั้นตอนที่ 3: กรอกชื่อร้าน. ใส่ชื่อร้าน บันทึก แล้วดำเนินการต่อ ชื่อร้านเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ผู้ซื้อจดจำคุณได้ จึงควรเลือกชื่อที่เกี่ยวข้องกับสินค้าที่ขายและจำง่าย

ขั้นตอนที่ 4: เพิ่มข้อมูลสินค้า. ทำตามคำแนะนำบนหน้าเพื่อกรอกหมวดหมู่และข้อมูลพื้นฐานของสินค้า เมื่อต้องเขียนคำอธิบายสินค้า ให้ใช้ภาษาที่เป็นธรรมชาติและเป็นแบบที่ผู้ซื้อในตลาดเป้าหมายใช้กันทั่วไป คุณสามารถเพิ่มสินค้าชิ้นแรกได้ทันที หรือข้ามขั้นตอนนี้แล้วค่อยปรับปรุงหลังเปิดร้านก็ได้

ขั้นตอนที่ 5: ตั้งค่าการรับเงิน. เข้าไปที่หน้าการตั้งค่ารับเงิน แล้วทำตามคำแนะนำเพื่อยืนยันตัวตนผู้ขาย อาจต้องอัปโหลดเอกสารอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น หนังสือเดินทาง ใบขับขี่ หรือบัตรประจำตัว จากนั้นกรอกข้อมูลเรียกเก็บเงินและที่อยู่เรียกเก็บเงินสำหรับชำระค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม

ขั้นตอนที่ 6: ยืนยันความปลอดภัยให้เสร็จ. ขั้นตอนสุดท้ายของการสมัครร้านคือการยืนยันความปลอดภัย เลือกวิธียืนยันตามที่ระบบแนะนำ เช่น สแกนโค้ดด้วย App ยืนยันตัวตนอย่าง Google Authenticator แล้วกรอกรหัสยืนยันแบบไดนามิกเพื่อเชื่อมต่อให้เสร็จ อย่าลืมบันทึกรหัสสำรองที่แสดงบนหน้าไว้ให้ดี หากสูญเสียการเข้าถึงการยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอน อาจทำให้ไม่สามารถเข้าสู่ร้านได้

เมื่อทำทุกขั้นตอนเสร็จแล้ว ให้คลิก “Open your shop” หากเห็นหน้าว่าเปิดร้านสำเร็จ แสดงว่าการสมัครเสร็จสมบูรณ์แล้ว

ขั้นตอน 6 ขั้นตั้งแต่เตรียมข้อมูลจนเปิดร้าน Etsy อย่างเป็นทางการ

ข้อควรระวังสำหรับมือใหม่

ให้ประเทศ ภาษา และข้อมูลรับเงินสอดคล้องกัน. Etsy อาจตรวจสอบการตั้งค่าร้านเทียบกับข้อมูลธุรกิจจริง ข้อมูลที่กรอกตอนสมัครควรถูกต้องและสอดคล้องกัน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในการตรวจสอบหรือรับเงินภายหลัง

ต้องเก็บรหัสสำรองไว้เสมอ. รหัสสำรองจากขั้นตอนยืนยันความปลอดภัยมีความสำคัญต่อการกู้คืนการเข้าถึงการยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอน ควรเก็บสำเนาแบบออฟไลน์หลายชุด ไม่ควรเก็บไว้เฉพาะในโทรศัพท์

เขียนคำอธิบายสินค้าให้เป็นธรรมชาติ. เมื่อต้องขายให้ผู้ซื้อในต่างประเทศ ชื่อและคำอธิบายสินค้าควรสอดคล้องกับพฤติกรรมการอ่านของตลาดเป้าหมาย แทนการแปลแบบตรงตัวหรือแข็งทื่อ เพราะอาจส่งผลต่อการจับคู่ในการค้นหาและ conversion

ทำให้ร้านแรกเดินได้ดีก่อนค่อยขยาย. ร้านแรกควรเริ่มจากหมวดหมู่เดียวและจัดระบบสินค้าและการจัดส่งให้ลงตัวก่อน สะสมรีวิวให้เพียงพอ แล้วค่อยพิจารณาเปิดร้านเพิ่มหรือขยายหมวดหมู่

ถ้าต้องการเปิดหลายร้าน Etsy พร้อมกันควรทำอย่างไร?

ผู้ขายบางรายดูแลหลายร้าน Etsy เพื่อครอบคลุมหมวดหมู่หรือสไตล์ที่แตกต่างกัน การมีหลายร้านช่วยเพิ่มพื้นที่ในการเลือกสินค้า แต่ก็ทำให้การจัดการบัญชีซับซ้อนขึ้น ยิ่งมีร้านมาก สถานะการเข้าสู่ระบบ ข้อมูลรับเงิน และประวัติการดำเนินงานก็ยิ่งมีโอกาสปะปนกัน หากสภาพแวดล้อมการใช้งานของร้านต่าง ๆ รบกวนกัน อาจกระทบการจัดการประจำวัน และอาจทำให้แพลตฟอร์มเชื่อมโยงบัญชีเข้าหากันได้

วิธีที่มั่นคงกว่าคือเตรียมสภาพแวดล้อมการทำงานที่แยกจากกันและเสถียรสำหรับแต่ละร้าน PurpleMark เวอร์ชันเว็บรองรับการสร้าง browser environment แยกให้แต่ละร้าน Etsy โดยแต่ละ environment จะเก็บสถานะการเข้าสู่ระบบ Cookie และการตั้งค่าเครือข่ายของร้านแยกกัน ทำให้ข้อมูลไม่ใช้ร่วมกันระหว่างร้าน ระหว่างทำงานเพียงเปิด environment ที่ตรงกับร้านนั้น ไม่ต้องออกจากระบบและสลับบัญชีซ้ำ ๆ คุณยังสามารถจัดกลุ่มและตั้งชื่อ environment ตามสไตล์หรือหมวดหมู่ของร้าน เช่น “Etsy-เครื่องประดับทำมือ” และ “Etsy-ของขวัญสั่งทำ” เพื่อให้ค้นหาและจัดการง่ายขึ้นเมื่อมีหลายร้าน

หากคุณเปิดร้านที่สองแล้วหรือกำลังเตรียมเปิด สามารถเข้า PurpleMark Web เพื่อสร้าง environment อิสระใหม่สำหรับร้านนั้น และแยกข้อมูลเข้าสู่ระบบกับการตั้งค่ารับเงินของแต่ละร้านตั้งแต่ต้น

คำถามที่พบบ่อย

เปิดร้าน Etsy ต้องเสียค่าใช้จ่ายหรือไม่?

การสมัครร้าน Etsy โดยทั่วไปต้องชำระค่าธรรมเนียมเปิดร้านแบบครั้งเดียว ซึ่งจำนวนเงินแตกต่างกันตามตลาด นอกจากนี้แพลตฟอร์มยังเรียกเก็บค่าลงรายการสินค้า ค่าธรรมเนียมธุรกรรม และค่าประมวลผลการชำระเงิน โปรดดูอัตราล่าสุดจากตารางค่าธรรมเนียมอย่างเป็นทางการของ Etsy

บุคคลทั่วไปสามารถสมัครร้าน Etsy ได้หรือไม่?

Etsy รองรับผู้ขายรายบุคคลและสตูดิโอขนาดเล็ก แต่ประเภทผู้ขายที่สมัครได้และข้อกำหนดในแต่ละพื้นที่ขึ้นอยู่กับนโยบายอย่างเป็นทางการของ Etsy ก่อนสมัครให้ตรวจสอบว่าพื้นที่และเอกสารยืนยันตัวตนของคุณเป็นไปตามข้อกำหนด

หนึ่งบัญชีเปิดร้าน Etsy ได้กี่ร้าน?

Etsy มีกฎเกี่ยวกับการใช้งานบัญชีผู้ขายและร้านค้า ก่อนเปิดหลายร้านควรศึกษานโยบายของแพลตฟอร์มก่อน หากจำเป็นต้องดูแลหลายร้านจริง ๆ ควรใช้ environment ที่แยกและเสถียรสำหรับแต่ละร้าน พร้อมปฏิบัติตามกฎของ Etsy

ถ้าสมัครแล้วไม่ได้รับรหัสยืนยันควรทำอย่างไร?

ให้ตรวจสอบโฟลเดอร์สแปมก่อน และตรวจดูว่ากรอกอีเมลถูกต้องหรือไม่ รอสักครู่แล้วส่งรหัสอีกครั้ง หรือเปลี่ยนไปใช้อีเมลที่รับข้อความได้ตามปกติ หาก App ยืนยันตัวตนไม่สร้างรหัสไดนามิกที่ใช้ได้ ให้ตรวจสอบว่าเวลาของอุปกรณ์ถูกต้องและทำการซิงค์ใหม่