ต้องการเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่นหรือไม่? คู่มือนี้อธิบายตลาด amazon.co.jp เอกสารและขั้นตอนสมัคร ค่าบริการรายเดือน ค่าคอมมิชชัน และวิธีเลือกสินค้าที่เหมาะกับผู้บริโภคญี่ปุ่น
เมื่ออีคอมเมิร์ซทั่วโลกเติบโต ตลาดอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของญี่ปุ่นก็ขยายตัวต่อเนื่อง ตามข้อมูล SimilarWeb ที่อ้างในต้นฉบับ amazon.co.jp มีผู้เข้าชมประมาณ 570 ล้านครั้งต่อเดือน และอยู่ในอันดับหนึ่งของหมวดมาร์เก็ตเพลสออนไลน์ในญี่ปุ่น
ภาพรวมตลาดอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของญี่ปุ่น
ญี่ปุ่นเป็นตลาดที่เติบโตเต็มที่ มีกำลังซื้อสูง โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลดี และผู้บริโภคนิยมซื้อของออนไลน์ Rakuten ก็มีส่วนแบ่งสำคัญ ขณะที่ Amazon Japan ใช้เครือข่ายทั่วโลก สินค้าที่หลากหลาย การซื้อแบบ one-click และสิทธิประโยชน์ Prime นอกจากนี้ Amazon ยังลงทุนด้านโลจิสติกส์และข้อมูลเพื่อส่งของเร็วขึ้นและช่วยผู้ขายบริหารสต็อกกับการตลาด
คู่มือเปิดร้าน Amazon Japan
เอกสารที่ต้องเตรียม
- สแกนสีเอกสารจดทะเบียน/ใบอนุญาตของบริษัทที่ยังดำเนินงานอยู่; ขั้นตอนที่อธิบายไม่รองรับผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา;
- สแกนสีบัตรประจำตัวของผู้แทนโดยชอบด้วยกฎหมายทั้งสองด้านอย่างชัดเจน และชื่อตรงกับบัญชี;
- บัตร VISA หรือ MasterCard ที่ชำระเงินระหว่างประเทศได้; ญี่ปุ่นรองรับ JCB ด้วย;
- บัญชีธนาคารสำหรับรับเงิน รวมถึงบัญชีต่างประเทศหรือฮ่องกงที่รับ JPY ได้หากจำเป็น;
- ใบรับรองสินค้า การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า และเอกสารตามหมวดสินค้า;
- ชื่อบริษัท ผู้ติดต่อ อีเมลใหม่ที่ไม่เคยใช้กับ Amazon และเบอร์โทร;
- หมวดสินค้าหลักและ marketplace ที่วางแผนขาย;
- ข้อมูลพื้นฐานบริษัท
ขั้นตอนสมัคร
- เข้า Amazon Global Selling (gs.amazon.cn) และเลือกสมัคร marketplace;
- เลือก Japan และสร้างบัญชี Amazon;
- กรอกชื่อ อีเมล ตั้งรหัสผ่าน และยืนยันอีเมล/โทรศัพท์;
- กรอกสถานะทางกฎหมาย ที่อยู่ ผู้แทน ชื่อร้าน และคุณสมบัติแบรนด์;
- อัปโหลดเอกสารบริษัทและบัตรผู้แทน;
- ผ่านการยืนยันของ Amazon ซึ่งอาจมีวิดีโอคอลประมาณ 30 นาที;
- Amazon อาจส่งไปรษณียบัตรที่มีรหัสผ่านใช้ครั้งเดียวไปยังที่อยู่ที่ลงทะเบียน;
- เมื่อผ่านการตรวจทั้งหมด จะได้รับผลเปิดร้านทางอีเมล
ค่าใช้จ่าย
- ค่าบริการรายเดือน: แผน Professional 4,900 JPY/เดือน; ตามต้นฉบับ หากเดือนนั้นไม่มีการขายจะไม่ต้องจ่าย มีการกล่าวถึงสิทธิประโยชน์รวม 39.99 USD สำหรับบางบัญชีหลาย marketplace ที่เชื่อมใน Seller Central;
- ค่าคอมมิชชันขาย: โดยทั่วไป 8%–15% และบางช่วงราคาต่ำ 5% ตัวอย่าง: media 15%; electronics/computers ≤750 JPY 5% ถ้าสูงกว่านั้น 8%; beauty 8%–10%; toys 8%–10%; home & kitchen 15%; eyewear/shoes/backpacks 6%–12%
ควรตรวจสอบตารางค่าธรรมเนียมล่าสุดจาก Amazon เสมอ

จะเลือกสินค้าสำหรับ Amazon Japan อย่างไร?
ควรศึกษากฎแพลตฟอร์มและนโยบายการขายของญี่ปุ่นก่อน สินค้าบางหมวด เช่น ยาและอุปกรณ์การแพทย์ อาจถูกจำกัด
1. วิเคราะห์ความต้องการตลาด ดู Amazon Best Sellers, Hot New Releases และ Movers & Shakers
2. ศึกษาความชอบของผู้บริโภคญี่ปุ่น ฟังก์ชันการใช้งานและคุณภาพมีความสำคัญมาก
3. ทำ Localize ใช้ภาษาญี่ปุ่นที่เป็นธรรมชาติในชื่อและคำอธิบาย และปฏิบัติตามกฎท้องถิ่น
4. ติดตามเทรนด์ ดูวัฒนธรรมป๊อป โปรโมชันและฤดูกาล
หมวดสินค้าที่นิยม:
- สินค้าชิ้นเล็กและเบา: เครื่องทำความชื้น USB, power bank;
- ของใช้ในบ้าน: เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะและของแต่งบ้านสไตล์ดั้งเดิมผสมโมเดิร์น;
- วัฒนธรรมอนิเมะ: ฟิกเกอร์ เสื้อ COS ภาพประกอบ;
- สุขภาพและดูแลส่วนบุคคล: อุปกรณ์ติดตามสุขภาพ beauty device และ skincare;
- High-tech: หูฟังไร้สาย smartwatch;
- สไตล์ญี่ปุ่น: ชุดชาและเสื้อผ้าแนวญี่ปุ่น
ข้อควรระวังด้าน Compliance
ปฏิบัติตามหลักบัญชีเดียว โดยทั่วไป Amazon คาดหวังหนึ่ง seller account ต่อบุคคลหรือผู้ขายหนึ่งราย เว้นแต่มีเหตุผลทางธุรกิจที่ชอบด้วยนโยบาย อย่าสมัครร้านปลอมจำนวนมาก
รักษาสภาพแวดล้อมล็อกอินให้คงที่ ใช้อุปกรณ์และเครือข่ายที่เสถียร หลีกเลี่ยง Wi-Fi สาธารณะ อินเทอร์เน็ตคาเฟ่ และ VPS ที่เปลี่ยนบ่อย และไม่แชร์ข้อมูลล็อกอิน
บริษัทจริงหนึ่งแห่งสามารถดำเนินงานหลาย Amazon marketplace เช่น ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ได้เมื่อ Amazon อนุญาต สามารถเชื่อมบัญชีใน Seller Central แบ่งหน้าที่และเก็บ log การทำงาน PurpleMark ช่วยทีมที่ถูกต้องตามกฎสร้าง browser workspace แบบคงที่ แยกข้อมูล และเก็บบันทึกการทำงานได้
ทุกบัญชีต้องจดทะเบียนกับนิติบุคคลจริงและปฏิบัติตามนโยบาย Amazon ห้ามใช้วิธีหลีกเลี่ยงกฎจัดการหรือการตรวจสอบบัญชี
คำถามที่พบบ่อย
ตลาด Amazon Japan เป็นอย่างไร? มีการแข่งขันสูง ผู้ซื้อกำลังซื้อดีและให้ความสำคัญกับคุณภาพ
สมัคร seller account อย่างไร? สร้างบัญชีใน Seller Central Japan กรอกข้อมูลบริษัท บุคคล การชำระเงินและภาษี ทำ verification และตั้งค่าร้าน
Amazon มีบริการโลจิสติกส์อะไร? FBA (Fulfillment by Amazon) ดูแลการเก็บ แพ็ก ส่ง และบริการลูกค้า หรือผู้ขายจะจัดการเองก็ได้


