กลับไปบล็อก

อยากเป็นผู้ขายบน Amazon? สรุปข้อกำหนดและขั้นตอนสมัครปี 2024

ในช่วงสองปีที่ผ่านมา Amazon เข้มงวดกับคุณสมบัติของผู้ขายมากขึ้น บทความนี้สรุปการเปลี่ยนแปลงที่ไม่รับสมัครธุรกิจบุคคลอีกต่อไป อธิบายขั้นตอนสมัคร 6 ขั้น และแนวทางปกป้องบัญชีใหม่ด้วย browser environment ที่แยกจากกัน

Amazon เปิดรับผู้ขายใหม่สำหรับปี 2024 แล้ว แต่กฎเข้มงวดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับหลายปีก่อน หากเตรียมเปิดร้านบน Amazon โดยไม่ตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุด การติดขั้นตอนตรวจสอบแล้วต้องย้อนกลับมาแก้ไขภายหลังอาจมีต้นทุนสูง บทความนี้อธิบายทั้งกระบวนการในกรอบ "การเปลี่ยนแปลงนโยบาย + ขั้นตอนสมัคร 6 ขั้น + การแยก environment ของบัญชี"

การเปลี่ยนแปลงนโยบายสำคัญ: ไม่รับใบสมัครจากธุรกิจบุคคลอีกต่อไป

เมื่อไม่นานมานี้ Amazon แจ้งผ่านอีเมลอย่างชัดเจนว่า เว็บไซต์ทั่วโลกจะไม่รับใบสมัครลงทะเบียนจากธุรกิจบุคคลอีกต่อไป และจะปฏิเสธตั้งแต่การตรวจสอบรอบแรก:

  • ธุรกิจบุคคลที่ยังไม่เคยลงทะเบียนจะไม่สามารถสมัครใหม่ได้
  • ธุรกิจบุคคลที่ลงทะเบียนสำเร็จแล้วแต่ยังไม่ได้ activate บัญชีผู้ขาย ก็จะไม่สามารถ activate ได้
  • บัญชีเดิมที่ลงทะเบียนและ activate แล้ว ในขณะนี้ยังไม่กระทบต่อการดำเนินงานตามปกติ

หมายความว่า หากคุณตั้งใจเปิดร้านในฐานะบุคคลหรือธุรกิจบุคคล ต้องจดทะเบียนใบอนุญาตประกอบธุรกิจในนามบริษัทก่อน แล้วจึงยื่นสมัครกับ Amazon ขั้นตอนนี้เพิ่มต้นทุนล่วงหน้าและยืดระยะเวลาเตรียมตัว จึงควรวางแผนล่วงหน้า

ช่องทาง customer service ยืนยันแล้วว่านโยบายนี้ไม่มีช่วงผ่อนผัน ดังนั้นควรจัดการเงื่อนไขนี้ให้เรียบร้อยก่อนเริ่มเตรียมเปิดร้าน

ขั้นตอนสมัคร 6 ขั้น

เส้นทางสมัครผู้ขาย 6 ขั้น ตั้งแต่เตรียมเอกสาร ลงทะเบียนความสนใจ ลงทะเบียน ยืนยันตัวตน ตรวจ marketplace ไปจนถึงตรวจบัญชี

ขั้นที่ 1: เตรียมเอกสารสมัคร

Amazon มีข้อกำหนดเอกสารค่อนข้างเป็นมาตรฐาน โดยหลัก ๆ ได้แก่:

  • สแกนสีหรือรูปถ่ายใบอนุญาตประกอบธุรกิจของบริษัท: เอกสารที่ออกในจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง หรือไต้หวันสามารถใช้ได้
  • เอกสารยืนยันตัวตนของผู้แทนโดยชอบด้วยกฎหมาย: สแกนสีหรือรูปถ่ายสีของบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง
  • บัตรเครดิตสำหรับชำระเงินระหว่างประเทศ: รองรับ VISA, MasterCard และ AMEX แนะนำให้ใช้บัตรในชื่อผู้แทนโดยชอบด้วยกฎหมาย
  • ข้อมูลติดต่อ: อีเมลและหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ติดต่อ รวมถึงที่อยู่บริษัทและโทรศัพท์บริษัท ต้องเป็นข้อมูลล่าสุดและถูกต้อง
  • บัญชีธนาคารสำหรับรับเงิน: เลือกได้ระหว่างบัญชีธนาคารในประเทศสำหรับ Amazon Global Selling, บัญชีธนาคารต่างประเทศหรือฮ่องกง หรือบัญชีเงินฝากที่ผู้ให้บริการบุคคลที่สามรองรับ

การเริ่มสมัครทั้งที่เอกสารยังไม่ครบเป็นข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อย และทำให้รอบการตรวจสอบทั้งหมดช้าลงโดยตรง ควรเตรียมเอกสารทั้ง 5 ประเภทให้ครบก่อนเริ่ม

ขั้นที่ 2: กรอกแบบฟอร์มแสดงความสนใจสมัคร

เมื่อเตรียมเอกสารข้างต้นแล้ว ให้เพิ่ม Amazon business development manager เป็นผู้ติดต่อ และกรอก "2024 Amazon New Seller Onboarding Interest Registration Form" ตามคำแนะนำ หลัง account manager ตรวจสอบแล้ว คาดว่าจะติดต่อคุณทางโทรศัพท์หรืออีเมลภายในประมาณสองสัปดาห์

ขั้นที่ 3: เริ่มลงทะเบียน

เมื่อได้รับ registration link จาก account manager ให้ทำตามคำแนะนำในลิงก์ กรอกชื่อบริษัท ประเภทบริษัท ข้อมูลผู้แทนโดยชอบด้วยกฎหมาย และข้อมูลพื้นฐานอื่น ๆ จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตรวจสอบถัดไป

รายละเอียดที่ควรระวังในขั้นนี้ ได้แก่:

  • ช่วงเวลาลงทะเบียน: หากเป็นไปได้ ให้สมัครใกล้ช่วงที่เปิดรับลงทะเบียนของปีใหม่ เพราะบัญชีใหม่อาจมีอัตราผ่านค่อนข้างสูงกว่า
  • Network และ device: ใช้ network และ computer ที่สะอาดในการลงทะเบียน หากลงทะเบียนล้มเหลวหลายครั้ง หรือยื่นซ้ำจาก IP/device เดิม อาจทำให้บัญชีถูก flag ในภายหลัง หรือถูกบล็อกตั้งแต่การตรวจรอบแรก
  • Browser environment: ทำขั้นตอนลงทะเบียนทั้งหมดใน browser environment ที่เป็นอิสระและสะอาด และคง environment เดิมไว้สำหรับ login และ operation ในภายหลัง

ขั้นที่ 4: ตรวจสอบคุณสมบัติ

Amazon อาจขอ identity verification, video verification หรือทั้งสองอย่าง:

  • Identity verification: ทำตามคำแนะนำบน interface ส่งด้านหน้าและด้านหลังของบัตรประจำตัวผู้แทนโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือหน้าข้อมูลส่วนบุคคลของหนังสือเดินทาง พร้อมสแกนสีหรือรูปถ่ายเอกสารธุรกิจของบริษัท แล้วรอการตรวจ
  • Video verification: Amazon manager จะเริ่ม video call และถามเกี่ยวกับข้อมูลบริษัท ข้อมูล trademark การดำเนินธุรกิจ และหัวข้ออื่นที่เกี่ยวข้อง ควรเตรียมคำตอบล่วงหน้าเพื่อให้ตอบได้ชัดเจนและไม่ตื่นตระหนก

เมื่อผ่านแล้ว จะได้รับอีเมลว่า: "ข้อมูลบัญชีของคุณได้รับการยืนยันแล้ว ตอนนี้คุณสามารถเข้าสู่ Seller Central เพื่อดำเนินการขั้นต่อไปได้"

ขั้นที่ 5: ส่งเอกสารเพิ่มเติม

แต่ละ marketplace อาจเรียกการตรวจประเภทต่างกัน:

  • Marketplace สหรัฐฯ: การตรวจภาษี
  • Marketplace ยุโรป: การตรวจ KYC (Know Your Customer)

หลังได้รับอีเมลแจ้ง ให้ส่งข้อมูลและเอกสารตามที่ระบุอย่างชัดเจนและถูกต้อง ยิ่งขั้นเอกสารเพิ่มเติมนานเท่าไร ร้านก็ยิ่งเปิดขายช้าเท่านั้น

ขั้นที่ 6: ตรวจบัญชี (second review)

หลังลงทะเบียน อาจมี "account review" (มักเรียกว่า "second review") เป็นการยืนยันด้าน risk control เพิ่มเติม ไม่ได้เกิดกับผู้ขายทุกคน แต่ควรเตรียม:

  • ใบแจ้งค่าสาธารณูปโภคภายใน 90 วันที่ผ่านมา ในนามบริษัทหรือผู้แทนโดยชอบด้วยกฎหมาย เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าก๊าซ หรือค่าอินเทอร์เน็ต

การไม่มีใบแจ้งค่าใช้จ่ายเป็นจุดติดขัดที่พบบ่อยในขั้นนี้ การเก็บใบแจ้งค่าสาธารณูปโภคล่าสุดในชื่อผู้แทนหรือบริษัทไว้ล่วงหน้า จะช่วยลดโอกาสล่าช้าได้มาก

นำบัญชีใหม่ไปไว้ใน environment ที่แยกจากกัน

การลงทะเบียนบัญชีใหม่สำเร็จไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มของการใช้งานประจำวัน Amazon เข้มงวดกับ account association มาก — หลายบัญชีที่ใช้ computer เดียวกัน IP เดียวกัน หรือ Cookies ชุดเดียวกัน อาจถูกมองว่าเกี่ยวข้องกัน

ในทางปฏิบัติ วิธีที่ควบคุมได้ง่ายกว่าคือสร้าง browser environment แยกสำหรับ Amazon account แต่ละบัญชี:

  • หนึ่ง account ต่อหนึ่ง independent environment: ตั้งค่า operating system, Chromium kernel version, UA, language, time zone, location, fonts, WebGL, WebRTC และ parameters อื่นตาม target market และอย่านำไปใช้ซ้ำข้ามบัญชี
  • แยก Cookies และ local data ระหว่าง environments อย่างสมบูรณ์: หากบัญชีหนึ่งถูก second review ได้รับ warning หรือถูก freeze ชั่วคราว จะไม่กระทบบัญชีอื่น
  • Bind proxy ตาม business region: แต่ละ environment ใช้ proxy ที่สอดคล้องกับ target market และเมื่อเปลี่ยน proxy ไม่ต้องเข้าไปแก้ทุก environment ทีละตัว
  • Operation ตรวจสอบย้อนหลังได้: members, roles, permission groups และ operation logs ช่วยบันทึกว่า "ใครกำลังใช้งานบัญชีไหน"

PurpleMark เวอร์ชันเว็บมี workspace ลักษณะนี้ — หนึ่ง account ต่อหนึ่ง environment, centralized proxy management และ team permissions ที่ตั้งค่าได้ เมื่อลงทะเบียนบัญชีใหม่ แนะนำให้เปิด PurpleMark Web ก่อน สร้าง clean environment แล้วทำทั้ง registration และ operation ในนั้น เพื่อไม่ให้ปะปนกับ browser ทั่วไปที่ใช้ในบ้านหรือสำนักงาน หากต้องใช้ local browser component ให้ติดตั้งจาก หน้าดาวน์โหลด

เส้นทางปฏิบัติแบบย่อ

หากตัดสินใจเปิดร้านบน Amazon สามารถเดินตามลำดับนี้ได้:

  1. เตรียมคุณสมบัติบริษัท: จดทะเบียน company business license ก่อน เพราะ individual business ไม่ได้รับการยอมรับแล้ว
  2. เตรียมเอกสาร 5 ประเภท: business license, identity document, credit card, contact information และ receiving account
  3. เพิ่ม account manager: กรอก onboarding interest form แล้วรอการติดต่อ
  4. ลงทะเบียนให้เสร็จใน independent environment: ใช้ clean browser environment และคง environment เดิมตั้งแต่ต้นจนจบ
  5. ผ่าน qualification verification, supplementary documents และ second review: ส่งเอกสารที่ชัดเจนในทุกขั้น และทำตามข้อกำหนดของ customer service
  6. หลังเปิดขายให้คง environment แยกกัน: หนึ่ง account ต่อหนึ่ง environment และอย่าสลับ device หรือ IP ระหว่างหลายบัญชี

คำถามที่พบบ่อย

Individual business ยังเปิดร้าน Amazon ได้หรือไม่? ไม่ได้ Amazon marketplaces ทั่วโลกไม่รับ registration applications ใหม่จาก individual businesses แล้ว Existing accounts ที่ activate แล้วในขณะนี้ยังไม่กระทบ แต่ registered accounts ที่ยังไม่ activate ก็ไม่สามารถ activate ได้ หากต้องการเปิดร้านต้องมี company business license

ถ้าไม่มี credit card ใช้อะไรได้? จำเป็นต้องใช้ credit card ที่รองรับ international payments (VISA / MasterCard / AMEX) แนะนำให้ใช้บัตรในชื่อผู้แทนโดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาจากข้อมูล cardholder กับ legal representative ไม่ตรงกัน

Video verification จะถามอะไร? อาจถามข้อมูลพื้นฐานของบริษัท ข้อมูล trademark การดำเนินธุรกิจ และหัวข้อใกล้เคียง ควรเตรียมข้อมูลล่วงหน้าเพื่อให้ตอบได้อย่างชัดเจนและมั่นใจ

Account review จะเกิดขึ้นทุกครั้งหรือไม่? ไม่เสมอไป Account review เป็นการยืนยัน risk control รอบสอง และไม่จำเป็นสำหรับผู้ขายทุกคน อย่างไรก็ตาม ควรเตรียม utility bill ภายใน 90 วันที่ผ่านมา (น้ำ ไฟ ก๊าซ หรืออินเทอร์เน็ต) เผื่อถูกขอ

หลาย account สามารถถูก associate กันได้หรือไม่? การสลับ accounts ซ้ำ ๆ บน computer เดียว browser เดียว หรือ IP เดียว เพิ่ม association risk การแยกแต่ละ account ไว้ใน independent browser environment และ bind proxy ที่เหมาะกับภูมิภาค เป็นวิธีตรงในการลดความเสี่ยงนี้